การทำ SEO สำหรับ Content Marketing

0
1446
การทำ SEO สำหรับ Content Marketing
การทำ SEO สำหรับ Content Marketing

Content is King !

หากคุณเป็นนักการตลาดสาย Content Marketing ผมคิดว่าบทความนี้เป็นของคุณ ! และหากว่า SEO ไม่ได้เป็นเรื่องที่คุณถนัด บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจ SEO มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการนำมาประยุกต์ใช้กับคอนเทนต์ของคุณ เปลี่ยนคอนเทนต์ที่มีคุณภาพไปเป็น คอนเทนต์ที่มีคุณภาพและเป็นมิตรกับ search engine (google)

ความแตกต่างระหว่าง SEO กับ Content Marketing

ถึงแม้ว่า SEO จะเป็นเรื่องของเทคนิคอล และค่อนข้างจะเน้นเฉพาะจุดใดจุดหนึ่งในการพัฒนาหรือปรับปรุง แต่ในการนำเสนอคุณค่าผ่าน Content ออกไปนั้น ควรจะนำเทคนิคที่ใช้ในการทำ SEO มาประกอบกันเพื่อให้คอนเทนต์ของคุณประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันเราไม่สามารถแยก SEO และ Content Marketing ออกจากกันได้อย่างเด็ดขาด เราควรจะมองทั้งสองสิ่งนี้เป็นส่วนเสริมซึ่งกันและกัน หาก SEO นั้นมีความปรารถนาอะไรก็ตาม Content Marketing จะต้องเป็นส่วนที่เข้าไปเติมเต็มความปรารถนานั้นนั่นเอง (ออกแนวอีโรติคนิดๆ ^^)


เริ่มต้นด้วย Keyword Research

แม้ว่าเทคนิคในการทำ SEO นั้นจะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยบ้าง แต่หลักหรือใจความของมันนั้นยังคงวนเวียนอยู่กับสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า “keywords” คำค้นหาหรือประโยคที่นำพาผู้คนมาสู่คอนเทนต์ของเรานั่นเอง การทำ keyword research นั้นถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี ก่อนที่จะนำมันไปใช้ในคอนเทนต์หรือบทความ

Keyword Planner | Google Ads | การทำ SEO สำหรับ Content Marketing
Keyword Planner สามารถใช้งานได้ผ่านบัญชี Google Ads ฟรี!

Keyword Planner เป็นเครื่องมือฟรีจาก Google เพียงมีบัญชี Google Ads (ไม่ต้องซื้อโฆษณาก็ได้ แต่ข้อมูลจะไม่ละเอียดเท่ากับบัญชีที่เคยผ่านการทำโฆษณา) เครื่องมือนี้ยังสามารถบอกว่าการแข่งขันในหน้าค้นหานั้น ยาก-ง่าย ขนาดไหนอีกด้วยครับ

Keyword Ideas ที่สามารถดูได้ผ่าน Keyword Planner
Keyword Ideas ที่สามารถดูได้ผ่าน Keyword Planner

เราอาจจะเริ่มต้นด้วย keyword หลักที่เราต้องการจะโฟกัส และเรายังสามารถหา long-tail keywords ได้เพิ่มเติมจาก Keyword Planner เพื่อให้คุณนำไปใช้ประกอบการเขียนบทความหรือคอนเทนต์ของคุณได้อีกด้วยครับ เทคนิคที่ผมมักจะใช้ประจำในการหา keyword มาเขียนคอนเทนต์ก็คือ

  1. ในแต่ละบทความหรือคอนเทนต์ ควรจะมี keyword หลักที่จะเขียนถึงเพียง keyword เดียวครับ
  2. ค้นหา keyword ที่มีการค้นหาเยอะๆ แต่มีการแข่งขันน้อยๆ High Volumn – Low Competition KW
  3. เตรียม long-tail KW ที่สอดคล้องกับ keyword หลักไว้อย่างน้อย 10-20 คำหรือประโยคครับ

เลือก SEO Strategies ให้เหมาะสมกับ Content Marketing

แน่นอนว่าคนที่มีความรู้เทคนิคด้าน SEO นั้นจะคุ้นเคยกับ On-Page และ Off-Page กันเป็นอย่างดี แต่ว่าบทความนี้เราจะไม่ลงรายละเอียดในส่วนของ Off-Page เราจะแนะนำให้นักการตลาดสาย Content Marketing นำเทคนิคของ SEO แบบ On-Page ไปปรับใช้ในคอนเทนต์หรือบทความของคุณกันครับ

  • Title ของคุณควรเริ่มต้นด้วย keyword โดยพยายามอย่าให้เกิน 60 ตัวอักษร หรือ 600 px
  • Description ของคุณนอกจากจะต้องมี keyword อยู่ด้วยแล้ว เนื้อหายังต้องกระชับ น่าอ่าน ชวนให้กดเข้าไปอ่านต่อ โดยพยายามอย่าให้เกิน 160 ตัวอักษร
  • การใส่ keyword ลงไปในชื่อ url (slug) นั้นเป็นเรื่องที่ดีครับ
  • อย่าลืมที่จะใส่ keyword หลักของคุณลงไปใน Headline Tag (H1)
  • Sub Headline (H2,H3,…H6) สามารถใส่ keyword หลัก หรือ long-tail keyword ก็ได้ครับ แนะนำว่าใส่แต่พอดีๆละกัน
  • เนื้อหาในบทความของคุณจะต้องมีประโยชน์ เนื้อหาสอดคล้องไปกับ Title และ Description ที่คุณพาผู้อ่านเข้ามายังเว็บไซต์ และอย่าลืมใส่ keywords หลักของคุณในย่อหน้าแรกด้วยนะครับ
  • ใช้สื่อต่างๆเข้ามาประกอบในคอนเทนต์ของคุณด้วย ถ้าเป็นรูปภาพ อย่าลืมใส่ alt tag ให้แต่ละรูปภาพด้วยนะครับ (แอบสอดแทรก keyword ก็ได้ครับ)
  • อย่าลืมใส่ลิงค์เชื่อมต่อบทความภายในเว็บไซต์ (internal link) และส่งไปเว็บไซต์ภายนอกบ้างนะครับ (outbound link)
  • เว็บไซต์ควรจะเป็น responsive และโหลดไว
  • อย่า spam ใส่ keyword ลงไปในคอนเทนต์เยอะๆ เดี๋ยวจะโดนแบนได้นะ

ถ้าคุณทำแต่คอนเทนต์ไม่ได้ทำเว็บไซต์ อาจจะงงๆว่า Title,Description และพวก H1,H2,…H6 และ alt tag คืออะไร

มาดูรูปตัวอย่าง 2 รูปนี้กันดีกว่าครับ น่าจะช่วยให้เข้าใจขึ้นบ้าง โดยรูปแรกนี้คือ SERP หรือหน้าผลลัพท์ที่เกิดขึ้นหลังจากเราค้นหาในหน้า GOOGLE

Title and Description | SERP
ในหน้า SERP จะแสดงผลลัพท์แบบนี้ออกมาครับ
  • สีน้ำเงินคือ <title> เราสามารถเขียนและให้ website developer ช่วยใส่ให้ได้ครับ
  • สีเขียวคือ url (slug) เราก็สามารถกำหนด และให้ทาง dev ช่วยจัดการได้เช่นกัน
  • สีดำคือ <description> เราเป็นคนเขียนตามหลัก seo และให้ทาง dev ช่วยใส่ให้ได้ครับ

ส่วนรูปนี้คือคอนเทนต์หรือบทความ หลังจากที่เราคลิ๊กเข้ามาอ่านแล้วนะครับ จะมีสองส่วนที่เราอาจจะต้องขอให้ dev ช่วยจัดการให้นะครับ

ตัวอย่างคอนเทนต์เรื่องการติดตั้ง Facebook Pixel ครับ
ตัวอย่างคอนเทนต์เรื่องการติดตั้ง Facebook Pixel ครับ
  • Headline และ Sub Headline สามารถให้ทาง dev กำหนดได้ครับว่าหัวข้อไหนเราต้องการให้เป็น H1 หรือ H2,H3… แต่ละเว็บไซต์จะแสดงผลหัวข้อเหล่านี้แตกต่างกันไปครับ ขึ้นอยู่กับดีไซน์
  • รูปภาพที่แสดงผลให้เราเห็น google จะไม่เข้าใจว่าคือรูปอะไรครับ เราต้องบรรยายให้เค้ารู้สักหน่อยด้วย alt tag แอบแทรก keyword ไปด้วยก็ได้ครับ (alt tag นั้นจะติดตั้งโดย dev เราจะมองไม่เห็นในหน้าคอนเทนต์นะครับ)

จะเห็นว่าการทำ SEO On-Page นั้นจะต้องพึ่งพา content ที่ดีเป็นอย่างมาก แทบจะแยกออกจากกันไม่ได้เลยครับ หากเราเข้าใจในหลักการทำงานของ SEO เราก็จะสามารถสร้างคอนเทนต์คุณภาพและยังเป็นมิตรกับ google ได้อีกด้วยครับ


บทสรุป

ถึงแม้ว่าการผลิตคอนเทนต์จะเป็นส่วนสำคัญ แต่ก็ถือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง ซึ่งมันจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย หากคอนเทนต์ของคุณไม่มีใครค้นหาเจอเลย นี่เป็นเหตุผลที่คุณยังคงต้องทำ SEO นั่นเอง เมื่อเราทำคอนเทนต์ที่มีคุณภาพแล้ว อย่าลืมทำให้ search engine ชอบคอนเทนต์ของเราด้วยนะครับ

Tae